Tuesday, November 07, 2006

ธรรมศาสตร์และการเมืองหรือการค้า?




เรื่องโดย... ที่รัก รุ่น 35

นักศึกษาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนนั่งจับกลุ่มคุยกันอย่างถูกคอ
พร้อมกับจิบเบียร์เย็นเจี๊ยบที่มีบริกรเดินเข้ามาเสิร์ฟเติมเมื่อเบียร์พร่องแก้ว
ภายในร้านโดมพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 2 ของอาคารอเนกประสงค์ 2
ในธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ เพียงก้าวออกจากร้านไป 10 กว่าก้าว
ก็เป็นห้องบรรยายแล้ว ภาพนักศึกษาเหล่านั้นค่อยๆเปลี่ยนไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า

หลังจากที่เรียนจบคณะมดสีชมพู ผมเข้าศึกษาต่อในคณะนกน้อยในไร่ส้ม
ได้พบเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในรั้วเหลืองแดง รุ่นน้องผมซึ่งมา
เรียนต่อเพื่อเป็นสิงห์นักปกครอง มักจะชวนไปวิ่งออกกำลังกาย
รอบสนามบอลธรรมศาสตร์เวลาตอนเย็นๆ

ทำให้นึกถึงสนามบอลสนามเดิมที่กว้างใหญ่ ที่พี่ ๆ น้องๆ
เคยเตะบอลเล่นกันตอนเย็นๆ ซึ่งต่อมาได้ปรับปรุงใหม่ให้สวยงามขึ้น
แต่ขนาดของสนามบอลลดลงถูกเฉือนไปเป็นที่จอดรถยนต์
โต๊ะม้าหินริมสนามบอลกับเต็นท์ผ้าใบเก่าๆ ที่เพื่อนๆเคยนั่งคุยกัน
ได้กลายเป็นที่ว่างเปล่า โดยมีซุ้มโดมเล็กๆรอบๆ สนามบอลมาแทนที่

ผมวิ่งออกกำลังกายไปมา มักจะเห็นหนุ่มสาวนั่งจับคู่จู๋จี๋กันในซุ้มโดม
หรือตามม้านั่งแถวๆ ตึกโดม ยามที่ท้องฟ้ามืดสลัว ซึ่งเป็นที่อิจฉา
ของพวกเราสองคน แต่ที่ขำๆ คือผมเคยแอบได้ยินรุ่นน้องบ่นๆเบาๆว่า
“เมื่อไหร่จะมีแฟนซักที...”

พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
เพื่อหาเงินเข้ามหาวิทยาลัย ผมมักจะเห็นวัยรุ่นจำนวนมากแห่มาชมคอนเสิร์ต
ที่จัดขึ้นหอประชุมใหญ่ แทนที่จะจัดให้มีการประชุมสัมมนาให้ความรู้ด้านวิชาการ
ตรงกลางด้านหลังตึกโดมได้เป็นที่ตั้ง The Post World
โดยปิดไปรษณีย์ของรัฐลง ทั้งที่มีราคาถูกกว่า

มุมทางเข้าสำนักหอสมุดเริ่มมีตู้ทำกาแฟกดเงินมาตั้งเพื่อให้หนอนหนังสือ
หากาแฟกินยามง่วงนอน ด้านข้างคณะบันชีเริ่มมีร้านBlack Canyon
มาเปิดขั้น ทางตึกรัดสาดก็มีร้านCoffee –T มาตั้งด้านหน้า
ปัจจุบันเด็กธรรมศาสตร์เป็นคนที่ง่วงนอนขนาดนี้แล้วเชียวหรือ

เมื่อเดินเข้ามาผ่านประตูฝั่งท่าพระจันทร์จะพบร้าน Coffee Talk
กับ Puff &Pie ที่เปิดใหม่ด้านขวามือ ผมมักจะตกใจ
เพราะนึกว่าผมกำลังเดินเข้าห้างสรรพสินค้า เมื่อเห็นแผงขายหนังสือ
กับร้านขายสินค้าเอกชนต่างๆ ที่ค่อยทยอยผุดขึ้นมาในท่าพระจันทร์

ผมเคยหงุดหงิด เซ็งๆ กับเสียงการจัดงานEvent ภายใต้ตึกเอนกประสงค์2
ที่บริษัทต่างมาจัดกิจกรรมทางการตลาด มีMC น่ารักๆ มาพูดกรอกหูให้ได้ยิน
ชื่อสินค้าตลอดไปมา ในยามที่ผมนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ หรือ
ทำรายงานกลุ่มกับเพื่อนใต้ตึก

ผมเคยขึ้นไปตึกอเนกประสงค์ 2 ชั้น 4 เพื่อไปอาบน้ำหลังวิ่งเสร็จ
ผมได้พบเจ้าหน้าที่ผู้หญิงหน้าตาบึ้งๆ หน้าประตูทางเข้าชั้น4 เธอพูดตวาดเสียงดังว่า
“เข้ามาไม่ได้ เรียนที่นี่หรือเปล่า” หลังจากที่ผมบอกว่าขอใช้ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
ผมก็บอกเธอว่าปกติผมก็มาใช้ห้องน้ำนี้อยู่แล้ว เมื่อเธอรู้ว่าผมเคยใช้และเรียนอยู่
เธอก็บอกว่าให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะแล้วเดินจากไป

ผมอดคิดในใจไม่ได้ว่า ธรรมศาสตร์ที่ผมเคยคิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน
ที่มีเสรีภาพทุกตารางนิ้วจากการแลกด้วยเลือดเนื้อของประชาชนในอดีต
ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือ? ถ้าผมไม่ใช่นักศึกษาที่นี่จะเป็นอย่างไรบ้าง
ผมจะโดนต่อว่าและมองอย่างดูถูกเช่นนี้หรือ

ผมไม่กล้าที่จะเอ่ยประโยคอมตะที่ว่า
“ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

ประชาชนคือ คนที่หรูๆรวยๆเช่นนั้นหรือ? ในเมื่อแต่ละคณะได้เปิดหลักสูตร
ปริญญาโทภาคพิเศษขึ้นมาจำนวนมากเพื่อหาเงินเข้ามหาวิทยาลัย
และตอบสนองความต้องการของตลาดทุนนิยมเหมือนกับละเลย
ความต้องทางด้านอื่นของสังคมที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

สถานบันการศึกษาที่ฉันภูมิใจได้กลายเป็นห้างสรรพสินค้าทางความรู้เสียแล้วหรือนี่!!!

3 Comments:

At 3:00 PM, November 10, 2006, Anonymous Anonymous said...

คนดูแลตึกคงไม่อยากให้ห้องน้ำเปียก

 
At 10:54 PM, November 10, 2006, Anonymous Anonymous said...

ร้านโดมพระจันทร์เสิร์ฟเบียร์ได้ด้วยหรือนี่

น่าจะมีข้อบังคับห้ามนะ มาขายของมึนเมาในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร

มะมะไม่ได้นะไม่ได้นะ ยะยะอย่างนี้ ไม่ชอบใจเลยนะ

 
At 7:03 AM, January 23, 2007, Anonymous Anonymous said...

มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป
แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมือนเดิม
อย่างน้อยก็ นันจัง หละ

 

Post a Comment

<< Home